รายละเอียด

กรุยทางผ่านสยาม กับ โฮจิมินห์

เรื่องราวการผจญภัยของโฮจิมินห์ เมื่อครั้งที่เขาเดินทางข้ามขุนเขาและพงไพรทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสยาม

  • ผู้เขียน: สภา ปาลเสถียร
  • ผู้แปล: ปริสนา บุญสินสุข
  • ผู้เรียบเรียง: -
  • ISBN: 9789742282875
  • ขนาด: -
  • Weight/น้ำหนัก: -
  • ราคาปก: 400.00 บาท
  • ราคาสั่งซื้อทางเว็บ: 340.00 บาท
  • ทดลองอ่าน » คลิิกที่นี่


    Add to cart

กรุยทางผ่านสยาม กับ โฮจิมินห์

เนื้อหาหนังสือ

นี่คือเรื่องราวการผจญภัยของโฮจิมินห์  เมื่อครั้งที่เขาเดินทางข้ามขุนเขาและพงไพรทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสยามเมื่อ พ.ศ.2471-2472

เป็นเรื่องที่เล่าถึงการหลบหนีจากศัตรูอย่างชาญฉลาด ทั้งด้วยกลอุบาย ด้วยการวางแผนอย่างละเอียดถี่ถ้วน และด้วยสติปัญญาอันเฉียบคม การพรางตัวเป็นนักธุรกิจชาวจีน พาให้เขาเล็ดลอดผ่านสายตาของสารวัตรอาร์นูห์ แห่งกองกำลังรักษาความมั่นคงของฝรั่งเศส ที่มาดักคอยเขาอยู่ที่ท่าเรือกรุงเทพได้อย่างหวุดหวิด อาร์นูห์อาจจะไม่ได้ตระหนักว่า เขาเฉียดใกล้การพลิกโฉมประวัติสาสตร์ขนาดไหน เพราะการจับตัวโฮได้ในตอนนั้น ย่อมหมายถึงจุดจบของชีวิตเขาด้วยการประหารชีวิต

 เรื่องราวที่ไม่เคยมีการเขียนมาก่อน เกี่ยวกับการมาเยือนสยามเพียงชั่วคราวของลุงโฮนี้ เป็นเรื่องของปฏิบัติการอันเร้นลับ และประสบการณ์ในพื้นที่รกชัฎของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสยาม ที่ช่วยเสี้ยมลับทักษะการปฏิวัติการเมืองของเขาให้คมกริบ เขาเอื้อมถึงความฝันของเขาในตอนท้าย เมื่อได้มาซึ่งเวียดนามที่เป็นอิสระและเสรี

อีกทั้งยังเป็นเรื่องราวของหว่อง หนุ่มไทย-เวียด ที่เต็มไปด้วยอุดมคติ ซึ่งตกอยู่ใต้มนต์สะกดของลุงโฮ เราจะได้เดินไปตามทางของหว่อง จากบ้านเกิดของเขาในพิจิตร ไปจนถึงสมรภูมิแห่งเวียดนาม ระหว่างทาง หว่องจะได้พบกับบุคคลในประวัติสาสตร์หลายต่อหลายคนในขบวนการเสรีไทย ได้รับการฝึกฝนให้เป็นนักสู้กองโจร และได้เป็นถึงตัวแทนทางการเมืองของโฮเป็นส่วนตัว ถึงแม้หว่องจะเป็นตัวละครที่แต่งขึ้นแต่เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ที่ให้รูปร่างและสีสันแก่ชีวิตของเขานั้น เป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น การถกเถียงโต้แย้งกันว่า โฮจิมินห์ เป็นวีรบุรุษ หรือ เป็นจอมเผด็จการที่โหดร้ายและเห็นแก่ได้ จะยังดำเนินไปไม่หยุดยั้งในหมู่นักประวัติศาสตร์ ระหว่างนั้นให้ "กรุยทางผ่านสยาม กับ โฮจิมินห์" ช่วยส่องแสงสู่ชายจริงเบื้องหลังตำนานให้เห็นกันอย่างชัด ๆ ด้วยความหวังว่าจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเขาลึกซึ้งขึ้น

 

-----------------------------------

“ในหนังสือที่เป็นกึ่งประวัติศาสตร์-กึ่งนวนิยายเล่มนี้  เท็ดดี้ พาเรากรุยทางข้ามพรมแดนแบ่งกั้นนานาชนิด  ผมคิดว่าลุงโฮคงจะเห็นชอบด้วยเป็นอย่างยิ่ง”

ยกจากคำนำ ของ คริส เบเกอร์, ผู้เขียน A History of Thailand ร่วมกับ ผาสุก พงษ์ไพจิตร

“ในฐานะนายทหารในกองทัพอเมริกัน  และต่อมาเป็นนักข่าวระหว่างสงครามเวียดนาม  ผมย่อมได้รับรู้เรื่องราวของ ‘ลุงโฮ’ ไว้มากพอสมควร  แต่แม้จนบัดนี้  ความรู้เกี่ยวกับตัวเขาก็ยังเต็มไปด้วยช่องโหว่  เท็ดดี้เติมเต็มบางช่องดังกล่าวนี้ได้อย่างน่าชื่นชม  ไม่เพียงแต่ด้วยรายละเอียดของการใช้เวลาในสยามของโฮเท่านั้น  แต่ยังได้ใช้จินตนาการ  อัดฉีดให้รูปลักษณ์อันคลุมเครือของโฮ  ที่เห็นกันอยู่ตามหน้าหนังสือประวัติศาสตร์  ระเริงขึ้นด้วยชีวิตชีวา  โดยรวมแล้วเป็นหนังสือที่อ่านสนุกมาก”

เดนิส เกรย์ นักข่าว สำนักข่าว Associated Press

“เป็นเรื่องราวน่าอ่าน  ที่เกิดจากการสานเกี่ยวของประวัติศาสตร์และนิยาย  จากเหตุการณ์ในช่วงเวลาโกลาหล  ที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์อันระทึกใจของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

เดวิด ฟอลล์ อดีตเอกอัคราชทูตอังกฤษประจำประเทศเวียดนาม  ไทย  และลาว

“การมีเรื่องราวของโฮจีมินห์  ที่ไม่ได้เขียนแบบโฆษณาชวนเชื่อ  หรือเขียนราวกับเป็นประวัตินักบุญนั้น  เป็นสิ่งที่ดีมาก  ฝีมือการเขียนของเท็ดดี้  ทำให้เรามองเห็นว่า  โฮเป็นมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่ง  ไม่ใช่เป็นรูปบูชา  เรื่องราวการมาเยี่ยมเยือนประเทศไทยชั่วคราวของโฮ  เชื่อมโยงประเทศของเรากับเวียดนาม  หนังสือเล่มล่าสุดของเท็ดดี้จึงมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อชุมชนอาเซียน”

เตช บุนนาค  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  ประเทศไทย

“เท็ดดี้  ได้เปิดให้เรามองเห็นแวบหนึ่งของโลกที่เกือบจะถูกลืม  เป็นแวบหนึ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้ไปกับเรื่องราวที่น่าทึ่ง  ซึ่งเต็มไปด้วยข้อมูลที่ได้รับการค้นคว้ามาอย่างถี่ถ้วน  ทั้งเป็นเรื่องราวที่เดินหน้าฉับไว  อ่านง่าย  ไม่มีช่วงไหนให้เบื่อเลย  ถึงแม้ว่าอันที่จริงแล้ว  จะเป็นรายงานกิจกรรมของลุงโฮในสยามอันมีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์  แต่เท็ดดี้เขียนให้อ่านสนุกราวกับนวนิยาย...ที่เริ่มแล้วหยุดไม่ได้”

แอ็กเซล เอลวิน  ผู้เขียนเรื่อง The Falcon of Siam

 “การหันเข้าสู่วิถีแห่งนิยาย และการแต่งเติมเพื่อเสริมสิ่งที่ประวัติศาสตร์ทำตกหล่น  เกี่ยวกับการมาเยือนสยามของโฮจิมินห์ ในปี พ.ศ. 2471-2472 ทำให้ผู้เขียนสามารถเรียกกลิ่นอายของยุคนั้นให้กรุ่นขึ้น เขาขยายเรื่องราวด้วยการวางตำแหน่งเหตุการณ์สอดแทรกไปในชีวิตผจญภัยที่แต่งขึ้นของสองพี่น้องต่างมารดา   ส่วนที่เป็นนิยายนั้น ยิ่งน่าสนใจ  เพราะเปิดทางให้ผู้อ่านได้เข้าถึงอีกหลาย ๆ มิติรองลงมา เป็นต้นว่า ประสบการณ์ของครอบครัวต่าง ๆ ที่ถูกซัดจนเซ ด้วยความขัดแย้งที่พวกเขาไม่ได้เป็นผู้ก่อ; ชายคนหนึ่งซึ่งต่อสู้กับสงครามของตัวเอง (เพื่อผลักดันความจริงให้ฉายออกมา); และคนอีกมากมายที่ชีวิตถูกทำลายไปโดยไม่มีเหตุมีผล (และเพื่อประโยชน์อันใดเล่า?) นับเป็นผลงานชิ้นสำคัญของนักเขียนที่เชี่ยวชำนาญ”

ญัง-คล็อด โปมองติ  ผู้เขียนเรื่อง Vietnam L’ephemere et l’insubmersible และอดีตนักข่าวประจำเอเชียของหนังสือพิมพ์ Le Monde

“หนังสือเล่มนี้ ส่องกล้องย้อนรอยการขัดเกลาบทบาทนักปฏิวัติของโฮจิมินห์ผ่านเลนซ์  สยามแท้ ๆ เห็นได้ชัดว่าได้รับการวิจัยค้นคว้าอย่างเจาะลึก และเขียนได้อย่างสละสลวย  มีชั้นเชิง เป็นหนังสือตื่นเต้นชวนติดตาม ที่หุ้มห่อนิยายไว้ในคราบของประวัติศาสตร์นิพนธ์”

ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์  ผู้อำนวยการ สถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“คุณค่าและความน่าสนใจของหนังสือเกี่ยวกับโห่จี๋มิงห์เล่มนี้ อยู่ที่การนำงานวิจัย ข้อมูลทางวิชาการ และข้อมูลทางประวัติศาสตร์มาใช้ โดยได้สอดแทรกอรรถรสที่แต่งขึ้นด้วยจินตนาการของผู้ประพันธ์เอง ทำให้หนังสือเล่มนี้ มีสีสัน ชวนให้อ่าน อีกทั้งให้ความรู้และน่าติดตามอย่างยิ่ง”

ธัญญาทิพย์ ศรีพนา ศาสตราจารย์ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 “การเขียนประวัติศาสตร์ให้น่าสนใจ เป็นเรื่องยาก การเขียนนิยายให้ลื่นไหลอย่างสละสลวยก็ยากพอ ๆ กัน เท็ดดี้ได้ทำให้สองสาขานี้กลืนเข้าด้วยกันอย่างสนิท ในเรื่อง กรุยทางผ่านสยามกับโฮจิมินห์ ส่งผลเป็นงานเขียนที่สดใหม่ เปี่ยมจินตภาพ และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ... เท็ดดี้ได้สร้างหนุ่มลูกครึ่งไทย-เวียด ชื่อหว่อง ขึ้นมาให้เป็นคนนำทางของโฮจิมินห์ ... หนังสือเล่มนี้จึงกลายเป็นเรื่องราวการเดินทางของพระเอกสองคน   โฮ กับ หว่อง โดยผู้อ่านจะได้เห็นทั้งสองค่อย ๆ พัฒนา จนเมื่อถึงท้ายเล่ม ต่างได้กลายเป็นบุคคลที่ซับซ้อนกว่าและหลักแหลมกว่าเมื่อเริ่มเรื่องเป็นอันมาก”

พอล สเปนเซอร์ โซชัคซูสกี้   ผู้เขียนเรื่อง An Inordinate Fondness of Beetles

“การรู้จักพื้นที่อย่างดี และการหมั่นเพียรค้นคว้า ทำให้เท็ดดี้สามารถพิสูจน์ว่า  โฮได้แรกเริ่มเรียนรู้การอยู่รอดในป่าในช่วงนี้ พร้อม ๆ ไปกับการพัฒนาทักษะการประชาสัมพันธ์ในกลุ่มชาวนา ด้วยการใช้เหตุการณ์ในคริสต์ศตวรรษที่ยี่สิบของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นฉากหลัง เท็ดดี้สานสอดชีวิตของคนอื่น ๆ ที่ผ่านเข้ามาในเส้นทางของโฮ ในภาคสองของหนังสือ เท็ดดี้บอกผู้อ่านตรง ๆ ว่า เป็นการนำองค์ประกอบของนิยาย เข้ามาเกี่ยวพันกับตัวละคร เป็นเทคนิคที่ใช้ได้ผล เพราะเท็ดดี้ระมัดระวังอย่างดี ที่จะไม่หนีห่างจากเค้าโครงประวัติศาสตร์ หากแต่เพียงขยายเรื่องราวให้กว้างขวางขึ้นเท่านั้น เป็นวิธีที่ทำให้ผู้อ่านเห็นแต่ละตัวละครและแต่ละเหตุการณ์ที่ผันแปรชีวิตของพวกเขาได้เด่นชัดยิ่งขึ้น”

รอเบิร์ต แกรห์ม  นักเขียน และอดีตนักข่าว หนังสือพิมพ์ Financial Times

“หนังสือที่ทำให้อ่านอย่างใจจดใจจ่อเล่มนี้ ให้ความกระจ่างอย่างมาก  ไม่แต่เพียงเกี่ยวกับคนที่แทบจะเป็นตำนานไปแล้วเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในช่วงสำคัญช่วงหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย การวาดฉากหลังไว้อย่างกว้างขวาง ทำให้เท็ดดี้สามารถสำรวจเรื่องการไขว่คว้าหาอิสรภาพและเสรีภาพของชาติต่าง ๆ จากระบอบการปกครองอาณานิคมได้อย่างกว้างไกล”

สตีฟ แวน บี้ก  ผู้เขียนเรื่อง Bangkok Then and Now