รายละเอียด

พยัคฆ์ทมิฬสิ้นชาติ

เรื่องราวการต่อสู้อันดุเดือด นำสู่เลือด น้ำตา และความวอดวายของคนนับล้าน ซึ่งจบลงด้วยการ "สิ้นชาติ" ของประเทศๆ หนึ่ง

  • ผู้เขียน: พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์
  • ผู้แปล: -
  • ผู้เรียบเรียง: -
  • ISBN: 9789742282110
  • ขนาด: 14.5 x 21 cm
  • Weight/น้ำหนัก: -
  • ราคาปก: 195.00 บาท
  • ราคาสั่งซื้อทางเว็บ: 165.00 บาท
  • ทดลองอ่าน » คลิิกที่นี่


    Add to cart

พยัคฆ์ทมิฬสิ้นชาติ

เนื้อหาหนังสือ

และแล้ว ท่านก็พลิกมาถึงประวัติศาสตร์อีกหน้าของตรรกะวิบัติแห่งมนุษยชาติ ว่าด้วยการก่อสงครามเพื่อสันติภาพ ด้วยวิญญาณปีศาจจำแลงตนมาโปรยบุญ สาดกระสุนเพื่อคุณธรรม
     โอ้ว! ไม่นะ
     แต่เบื้องลึกแล้วคือความคิดแบบแบ่งแยกที่มีรากฐานจากความหวาดระแวง หวังยึดครองอำนาจสถาพรเพื่ออยู่เหนือฝ่ายตรงข้ามและบรรดาพวกที่เห็นว่าเป็นเสี้ยนหนาม อาศัยความรู้ประวัติศาสตร์ที่ยังเป็นสิ่งซึ่งต้องพิสูจน์มาเป็นเครื่องมือลิดรอนและกำจัดอีกฝ่าย ผู้คนจำนวนมากถูกหยิบใช้เป็นอาวุธสังหารในนามของอุดมการณ์แบบแบ่งแยก จำนวนมากตกเป็นเหยื่อความรุนแรงที่เหลือถูกละเลยอย่างไร้ค่า น่าเวทนา
     สงครามซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนเกาะเล็กๆ อย่างศรีลังกา ที่พงศ์ศรณ์ ภูมิวัฒน์ ย่อยและย่อข้อมูล ลำดับเรื่องราวและภาพถ่าย ให้อ่านง่ายและใส่รสสนุกเอาไว้เป็นช่วงๆ นี้ ช่วยกระตุ้นเราให้ดำรงตนไม่ตกเป็นเหยื่อกระหายเลือดรายต่อไป ไม่ว่าของฝ่ายใดก็ตาม แค่นี้ก็ดีเท่าไรแล้ว สำหรับประวัติศาสตร์ที่ยังเถื่อน ไม่มีใครเป็นเจ้าของความเป็นจริง จบเหมือนไม่จบ และมากไปด้วยปมสมมติฐานที่ยังหาข้อสรุปมิได้


คำนำผู้เขียน

สารคดีพยัคฆ์ทมิฬสิ้นชาตินี้เป็นเรื่องแรกในสารคดีสงครามชุด The Wild Chronicle กล่าวถึงเรื่องราวสงครามกลางเมืองในประเทศศรีลังกา ที่มีสาเหตุมาจากปัญหาเชื้อชาติระหว่างชาวสิงหล และชาวทมิฬ
     เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้แบ่งตามเหตุการณ์ประวัติศาสตร์หกช่วง คือ ช่วงก่อนสงคราม ช่วงก่อตัว (มักเรียกกันว่า Eelam War I) ช่วงการแทรกแซงของอินเดีย (Indian Intervention) ช่วงพยัคฆ์ทมิฬสร้างชาติ (เรียกกันว่า Eelam War II ในลักษณะเดียวกัน) ช่วงการกลายเป็นรัฐ (เรียกกันว่า Eelam War III) และช่วงสุดท้าย (เรียกกันว่า Eelam War IV).... 
     งานเขียนชิ้นนี้ไม่ใช่งานวิชาการ และ จะไม่แกล้งเป็น
     ข้อมูลส่วนใหญ่เกิดจากการติดตามข่าว และบทความจากทั้งสื่อของรัฐ กบฏ และชาวบ้านทั้งทมิฬและสิงหล หลายๆ เรื่องในนี้ยังไม่มีการชำระ เป็นเพียงความจริงบางด้าน ผ่านบางมุมมอง 
     วิชาประวัติศาสตร์เองก็เป็นเช่นนี้ มันคือบันทึกจากคนหลายคน มองจากต่างพื้นฐาน ต่างกรรม ต่างวาระ แม้จะมีเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็น “ความจริง” ขึ้นมาแล้ว แต่เมื่อมีหลักฐานชิ้นใหม่ “ความจริง” นั้นก็สามารถถูกขยายความ หรือถูกล้มล้างได้
     แต่ยิ่งอ่านมาก ยิ่งหาข้อมูลของฝ่ายต่างๆ มาก เราจะมี “ความเข้าใจ” มากขึ้น ได้รับแง่คิดมุมมองที่ดีจากเรื่องราวนั้นๆ มากขึ้น
     ...นั่นเพราะในทางหนึ่งประวัติศาสตร์ก็คือวิชาธรรมชาติวิทยาที่ศึกษาสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์...
     ...สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต สะท้อนสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน...
     ...สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต...
     เมื่อเราเข้าใจมัน เราจะมีความรู้เท่าทันตัวเองมากขึ้น...
     ความรู้เท่าทันตนเองนั้จะทำให้เราสามารถมองโลกด้วยความเป็นกลาง เห็นสิ่งต่างๆ เป็นของธรรมดา ไม่ถูกพัดพาไปด้วยกระแสใดๆ ที่คนอื่นสร้าง
     ความรู้เท่าทันตนเองนี้ คือสุนทรีย์ของวิชาประวัติศาสตร์ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากการศึกษา ไขว่คว้า ผจญภัยไปค้นหามันเท่านั้น