รายละเอียด

จากบูรพาสู่อุษาคเนย์ ภาคหลัง

เรียนรู้ประวัติศาสตร์อันล้ำค่าจากจีนสู่ดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านเส้นทางชีวิต“อู๋จี้เยียะ”นักนสพ.จีนโพ้นทะเลผู้ลือนาม เรื่องราวที่ไม่เพียงแต่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ชีวิต แต่ยังช่วยให้เราเข้าใจชีวิต เข้าใจประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างไร

  • ผู้เขียน: อู๋จี้เยียะ
  • ผู้แปล: เรืองชัย รักศรีอักษร
  • ผู้เรียบเรียง: -
  • ISBN: 9789742281120
  • ขนาด: 16 x 23 cm
  • Weight/น้ำหนัก: -
  • ปีที่พิมพ์: -
  • จำนวนหน้า: -
  • ราคาปก: 595.00 บาท
  • ลดราคาเหลือ: 505.00 บาท

ทดลองอ่าน » คลิกที่นี่

จากบูรพาสู่อุษาคเนย์ ภาคหลัง

เนื้อหาหนังสือ

 
    ''จากบูรพาสู่อุษาคเนย์' บันทึกประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าเล่มนี้ แปลมาจากหนังสือภาษาจีน 'ชีวิตโพ้นทะเล 50 ปี' ผลงานชิ้นเอกของอู๋จี้เยียะ นักหนังสือพิมพ์จีนโพ้นทะเลผู้ลือนามแห่งอุษาคเนย์ เป็นเรื่องราวชีวิตและประสบการณ์ที่ได้พบเห็นของบุรุษชาติอาชาไนยผู้หนึ่งแห่งแผ่นดินจีนตอนใต้ในยุคปลายราชวงศ์ชิง ผู้ใช้ชีวิตอันโลดโผนในดินแดนโพ้นทะเลนานถึง 50 ปีก่อนที่จะจรดปากกาเขียนเรื่องราวเหล่านี้ขึ้นระหว่างปี 1967-1974
     หนังสือเล่มนี้เป็นอัตชีวประวัติและบันทึกความทรงจำของท่านอู๋จี้เยียะ นักหนังสือพิมพ์จีนในเมืองไทยนามอุโฆษเมื่อศตวรรษที่ 20 โดยใช้นามปากกาว่า 'ซานซาน' แบ่งออกเป็น 2 ภาค
     ในภาคหลังนี้ ได้สานต่อเรื่องราวจากภาคแรก โดยเริ่มจากผู้ประพันธ์เดินทางกลับมาเป็นนักข่าวที่กรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่งและได้เดินทางไปเยือนมาตุภูมิ ได้พบเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทั้งก่อนและหลังการสถาปนาประเทศจีนใหม่ จากนั้น ท่านได้ร่วมบุกเบิกงานด้านการกีฬาของชาวจีนในเมืองไทยจนเฟื่องฟูขึ้น จนสุดท้าย ท่านต้องเผชิญกับชะตากรรมที่พลิกผัน เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำลาดยาวเกือบ 5 ปีในช่วงที่เมืองไทยปกครองด้วยรัฐบาลเผด็จการทหารของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ด้วยข้อหา 'ผู้ต้องสงสัยมีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์' หลังจากได้รับอิสรภาพ ท่านก็กลับมายืนอยู่ในหน้าที่นักข่าวตามเดิม ทุ่มเททำงานเพื่อสังคมชาวจีนโพ้นทะเลในเมืองไทยต่อไป แม้จะเข้าสู่วัยชราแล้ว เนื้อหาในหนังสือทั้ง 2 ภาคมีคุณูปการยิ่งในการให้ข้อมูลด้านบริบททางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ของสังคมในยุคสมัยนั้น

     อัตชีวประวัติของท่านอู๋จี้เยียะ โดดเด่นด้วยความลุ่มลึก คมคาย และไพเราะ ทั้งในเนื้อหาและถ้อยความ ที่ปอกเปลือกชีวิตของลูกกำพร้าแห่งตระกูลบัณฑิต ผู้เติบโตขึ้นเป็นหนุ่มจีนโพ้นทะเลผู้สู้ชีวิตอย่างยิบตาในอาณานิคมอินเดียตะวันออกของดัตช์ สิงคโปร์มลายูของอังกฤษ และในประเทศที่มีความเป็นไทอย่างสยาม 
     ท่านผู้ประพันธ์ได้ผันตัวเองจากลูกจ้างตัวเล็กๆ ในห้างการค้าใหญ่ที่กรุงปัตตาเวีย (กรุงจาการ์ตา)  มาสู่อาชีพนักหนังสือพิมพ์ในช่วงต้นทศวรรษ 1930  เผชิญเคราะห์ภัยมากครั้ง  กระทั่งประสบความสำเร็จอย่างสูงในวิชาชีพแห่งอุดมคติของตัวท่าน ผู้ถือว่าวิชาชีพนักข่าวนักหนังสือพิมพ์นั้น  เป็น 'ราชาผู้ไร้มงกุฎ' อันสูงส่ง  ประสบการณ์และข้อสังเกตที่ท่านอู๋จี้เยียะได้ให้ไว้แก่ชีวิต สังคม และยุคสมัยที่ท่านมีชีวิตโลดแล่นอยู่นั้น ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างสูงในฐานะคำบอกเล่าตรงชั้นแรกของปัญญาชนชาวจีนโพ้นทะเลแห่งดินแดนอุษาคเนย์ที่มีอยู่น้อยคนยิ่ง  ทั้งมีมาตรฐานในเชิง ‘วรรณกรรมอัตชีวประวัติ’  ด้วยฝีมือการเขียนชั้นครูผู้มีเรื่องเล่าอย่างมากมาย  รสชาติแห่งวรรณศิลป์ เนื้อหาความรู้ และประสบการณ์ชีวิตต่างๆ ที่ท่านได้จดจารบันทึกไว้ในหนังสือเล่มนี้ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของท่านที่หาไม่ได้ในหนังสืออื่นใด  
     คุณค่าของหนังสือเล่มนี้ไม่ได้อยู่เพียงที่เนื้อหาอันครอบคลุมถึงประวัติศาสตร์ยุคใกล้ของประเทสจีนและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อศตวรรษที่แล้ว โดยเฉพาะสังคมชาวจีนและวงการหนังสือพิมพ์จีนในเมืองไทย  ที่สำคัญท่านยังเป็นตัวอย่างของบุคคลที่ต่อสู้บากบั่นจากเด็กยากจนที่มีโอกาสเรียนหนังสือแค่ชั้นประถม แต่ด้วยการฝึกฝนเรียนรู้ด้วยตนเอง จนกลายเป็นนักข่าวนักหนังสือพิมพ์  และนักเขียนผู้มีชื่อเสียงของชุมชนชาวจีนในเมืองไทย  จึงกล่าวได้ว่า  นี่เป็นหนังสือบันทึกความทรงจำที่มีคุณค่ายิ่ง  ได้ครบรสทั้งความสนุกสนาน ขำขัน โศกเศร้า ตื่นเต้น จนไปถึงโรแมนติก นับได้ว่าเป็นงานที่รุ่มรวยทางอารมณ์ไม่แพ้สาระความรู้และความบันเทิง ให้แง่คิดในการใช้ชีวิต อ่านสนุกชวนติดตาม