รายละเอียด

การตลาดไม่รู้จักพอ

จุดประกายความคิดการตลาดเพื่อความยั่งยืน สร้างสรรค์วิถีการตลาดเพื่อผู้บริโภคและสังคม

  • ผู้เขียน: กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา
  • ผู้แปล: -
  • ผู้เรียบเรียง: -
  • ISBN: 9789742281724
  • ขนาด: 14.5 x 21 cm
  • Weight/น้ำหนัก: -
  • ราคาปก: 120.00 บาท
  • ราคาสั่งซื้อทางเว็บ: 102.00 บาท
  • ทดลองอ่าน » คลิิกที่นี่

การตลาดไม่รู้จักพอ

เนื้อหาหนังสือ

 
     "การตลาด…ไม่รู้จักพอ" (Never Ending Marketing) มีเนื้อหาเหมาะกับยุคการตลาด 3.0 ซึ่งเป็นยุคที่การตลาดกำลังทวีความสำคัญและมีบทบาทอย่างสูงในการดูแลและรับผิดชอบต่อสังคม โดยเนื้อหาเป็นเรื่องชวนคิดและชวนตั้งคำถามเกี่ยวกับ "กรณีศึกษาการดำเนินกลยุทธ์การตลาด" ในบางธุรกิจปัจจุบัน ว่าทำหน้าที่ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมมากน้อยเพียงใด ในยุคที่โลกกำลังก้าวไปสู่ยุคของการตลาดยุคใหม่ที่จะสร้างสรรค์ความเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน จะต้องอยู่ภายใต้การรับผิดชอบต่อผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นปัจจัยนำไปสู่การบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

     3 คำที่อธิบายถึงหนังสือเล่มนี้ "จริง แทง ใจ" การตลาดไม่รู้จักพอ (Never Ending Marketing) เล่มนี้กำลังตีแผ่ความ "จริง" ในแง่มุมของการตลาดหรือวิถีคิดของนักการตลาดที่หลายคนคุ้นเคย วิถีคิดที่ถูกเสี้ยมสอนมากับความโลภ เพื่อให้ได้ผลทางการตลาดที่คาดหวังไว้ "ความจริง" ที่กำลังแยกแยะระหว่างนักการตลาดที่ "เก่ง" กับนักการตลาดที่ "ดี" แม้ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นเป็นความจริงที่ทิ่ม "แทง" บ่อนทำลายสังคมอย่างไม่รู้ตัว
     ความจริงที่หลายคนอาจรับรู้ถึงผลกระทบแต่ก็พยายามมองข้ามไป แนวคิดการตลาดทั่วไปที่นำมาซึ่งความมั่งคั่งของธุรกิจ แต่นั่นก็เป็นเพียงความมั่งคั่งแบบฉาบฉวย และกำลังสร้างความหายนะในสังคมมากมายลึกซึ้งอย่างคาดไม่ถึง และแม้แต่การตลาดที่มักง่ายต้องการผลตอบแทนส่วนตัว แต่หากขาดจิตสำนึกต่อผลที่ตามมาต่อส่วนรวม นับเป็นเรื่องง่ายที่จะตีแผ่ข้อเสียของคนอื่น แต่เป็นเรื่องยากที่ใครสักคนจะมองด้วยสายตาคนภายนอกอย่างใจเป็นธรรม วิเคราะห์พิจารณาถึงทางออกที่ดีกว่า ความสวยงามของหนังสือเล่มนี้คือเมื่อวิเคราะห์เห็นด้านลบ ก็จะมีทางออกด้านบวกให้เราเสมอ การใส่ "ใจ" ต่อผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากกระบวนการตลาด ความเข้า "ใจ" กับความต้องการของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ และการเปิด "ใจ" เพื่อหาทางออกแบบวิน-วิน ไม่เอาเปรียบลูกค้า ไม่เอาเปรียบสังคม และที่สำคัญไม่เอาเปรียบศักดิ์ศรีนักการตลาดของตัวเอง นับจากวินาทีนี้ไปขอให้ทุกท่านมาเริ่มต้นเรียนรู้ และทำการตลาดแบบรับผิดชอบต่อสังคมกันเถอะ